FACEBOOK FAN PAGE

DonSao Island

ประวัติและตำนานเมืองประจันตคาม

บรรยากาศการล่องเรือในแม่น้ำโขง

Maekhong Delta
Boutique Hotel

Wine Shop

 
 

เชียงตุง-บ้านแงก-บ้านแสน

เชียงตุง-บ้านแงก-บ้านแสน
ออกห่างจากเชียงตุงไปทางทิศตะวันออก ประมาณ 70 กิโลเมตร ท่านจะได้พบกับเมืองในหุบเขา บ้านแงก-บ้านแสน ที่มีวัดโบราณอายุหลายร้อยปี ตั้งเด่นเป็นสง่า รอทุกท่านมาเยี่ยมชม ด้วยศิลปะลื้อ นอกจากนี้ยังจะได้พบเห็นวิถีชีวิตของชาวลั้ว หรือชาวไทดอย ที่มีความเป็นอยู่แบบครอบครัวใหญ่ ซึ่งบ้าน1หลังจะมีจำนวนครอบครัวที่อยู่อาศัยด้วยกันกว่า 10 ครอบครัว
                   
วันที่ 1: แม่สาย  - ท่าขี้เหล็ก  - เชียงตุง                                                                                         
เช้า คณะพร้อมกันที่ ร.ร.แม่โขงเดลต้า บูติค โฮเทล อ.แม่สาย จากนั้นเดินทางสู่ ด่านพรมแดนไทย-พม่า อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อรอขั้นตอนพิธีการตรวจคนเข้าเมืองขาออกและรอผ่านขั้นตอนทำเอกสารตรวจคนเข้าสหภาพพม่า จากนั้นออกเดินทางสู่จังหวัดเชียงตุงตามเส้นทางR3B (เริ่มจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย ผ่าน เมืองเชียงตุง เมืองตาลั๋ว เข้าสู่ สิบสองปันนา ที่ด่านเมืองลา และต่อไปยังเมืองคุนหมิง ประเทศจีน) โดยแล่นรถไปตามเส้นทางมอเตอร์เวย์ของพม่า ผ่านด่านแม่ยาง ด่านท่าเดือ ด่านเมืองพยักและด่านเชียงตุง ก่อนเข้าสู่ตัวเมืองเชียงตุง ในอดีตเส้นทางนี้ยังเคยเป็นเส้นทางเดินทัพแห่งราชอาณาจักรไทยในสมัยรัชกาลที่ 4 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เชียงตุงเคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรไทย เรียกว่า “สหรัฐไทยเดิม” แต่ปัจจุบันเชียงตุงกลายเป็นเมืองหลวงของรัฐฉานภาคตะวันออกเฉียงใต้ อันมีประวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนานกว่า 700 ปี รวมทั้งมีศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีและภาษาพูดที่คล้ายคลึงกับล้านนาไทย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ระยะทาง 164 กิโลเมตร 
เที่ยง     เดินทางถึงเมืองเชียงตุง ä รับประทานอาหารเที่ยง 
บ่าย นำท่านเยี่ยมชมเมืองเชียงตุง
(1) วัดอินวิหาร ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในเมืองเชียงตุงไม่ปรากฏว่าสร้างขึ้นใน พ.ศ.ใด คนโบราณรุ่นเก่าเล่าสืบต่อกันมาว่า องค์พระประธานในโบสถ์วัดอินทร์แห่งนี้สร้างด้วยไม้ไผ่โดยชาวเชียงตุงนำไม้ไผ่มาสานเป็นรูปองค์พระ แต่ใช้เวลาหลายปียังไม่เสร็จสมบูรณ์ พระอินทร์ต้องแปลงกายเป็นคนแก่มาช่วยสานต่อจนแล้วเสร็จ จากนั้นจึงตกแต่งจนเป็นองค์พระประธานประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถจนถึงทุกวันนี้ 
(2)วัดจอมตอง หรือพระธาตุจอมคำ เดิมมีชื่อว่าวัดพระธาตุจอมสร้าง  สร้างโดยจันทรสิกขะและฤาษี 4  ตน มีอายุประมาณ 1,200 กว่าปี ตามประวัติกล่าวว่า เป็นพระธาตุที่ทำจากทองคำแท้สูง 226 ฟุตกว้าง  84 ฟุต ประดับด้วยเพชรพลอยมากประมาณ 882  เม็ด ภายในพระอุโบสถมีสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมที่งดงาม ผสมผสานระหว่างศิลปะล้านนา ไทยใหญ่ และพม่า เข้าด้วยกัน มีวรรณกรรมเรื่องมหาชาติ โดยช่างฝีมือจริง ๆ ด้านหน้าอุโบสถ มีศาลาคล้ายวิหารคด และมีตู้ที่เก็บคัมภีทางพระพุทธศาสนาที่วิจิตรอลังกาล วัดพระธาตุจอมคำมีการปรับปรุงซ่อมแซมมาหลายครั้งดังนี้ พ.ศ. 2052 พระยาอาติตราชให้ชื่อว่า พระธาตุจอมคำ พ.ศ. 2062 นางสุคันธาเกศา (นางผมหอม) ให้ชื่อว่า  พระธาตุจอมตอ พ.ศ. 2477 เจ้าฟ้ารัตนะก้อนแก้วอินแถลงให้ชื่อว่า พระธาตุจอมตอง พ.ศ 2494  เจ้าฟ้าชายหลวงให้ชื่อว่า พระธาตุจอมคำ  อีกครั้งหนึ่ง รวมถึงวัดทุกวัดในเชียงตุงจะมีกลองแขวนไว้ในวิหารทุกวัด ซึ่งจะใช้ตีกันในงานวันบุญใหญ่ของวัด โดยผู้บรรเลงจะเป็นสตรีวัยกลางคนจนถึงวัยชรา 5-7 คน ช่วยกันตีประโคมพร้อมกับฆ้องและฉาบ และแวะชมหมู่บ้านตีดาบที่เก่าแก่ของเมืองเชียงตุง 
 (3)ไหว้พระยืนเมืองเชียงตุง วัดจอมสัก ตั้งอยู่เนินเขาอีกฝากหนึ่งของหนองตุง เป็นหนึ่งใน 3 จอม (จอม คือ เนินเขา เชียงตุงประกอบด้วย จอมคำ จอมมน และจอมสัก) มีพระยืนชี้นิ้วที่ใหญ่มี่สุด เป็นพระพุทธรูปศิลปะพม่า ถือเป็นจุดเด่นของเชียงตุงอีกแห่งหนึ่ง
(4)วัดพระมหาเมียมุณี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย พระเศียรทำด้วย ทอง เงิน ทองแดง ลำตัวทำด้วย ทองแดงทั้งองค์ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงตุง สร้างโดยเจ้าฟ้าก้อนแก้วอินแถลง ที่วัดพระมหาเมียมุณีจะมีพิธีทำวัดเช้าทุกวันพระ 
(5)วัดพระราชฐานหลวงหัวข่วง   เป็นวัดที่สำคัญของเชียงตุง ในอดีตเจ้าฟ้าของเชียงตุงทุกท่านจะบวชเป็นส่าง (สามเณร) หรือตุ๊ (พระภิกษุ) อาทิเช่น เจ้าฟ้ารัตนะก้อนแก้วอินแถลง เจ้าฟ้าก๋องไต และสุดท้ายเจ้าฟ้าจายหลวง (เจ้าฟ้าองค์สุดท้ายของเชียงตุง) สภาพโดยรวมของวัดหัวข่วง จะมีซุ้มประตูสีเหลืองและเหลืองทรงปราสาทเด่น และเจดีย์ประดับด้วยปานซอยสีขาว เสา คาน และแท่นพระประธาน จะมีการลงลักษณ์ปิดทองแบบวิหารลายคำบนแท่นพระประธานมีพระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนจำนวนหลายสิบองค์
(6)วัดพระแก้ว เป็นวัดที่เก่าแก่อายุ 600 กว่าปี 
(7)ชม ต้นยางยักษ์ ขนาดใหญ่ 10คนโอบ มีความสูงประมาณ 80 เมตร ปลูกโดยพระเจ้าอลองพญา เมื่อ 250 ปี พร้อมชมกำแพงเมือง 
(8)ชมบรรยากาศพระอาทิตย์อัสดงที่ หนองตุง ตามความเชื่อนั้นหนองตุง เคยเป็นสถานที่ ที่ พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมา ที่เมืองเชียงตุง และ ได้มาล้าง บาตร ที่หนองตุง แห่งนี้   หนองตุงเป็น หนองน้ำขนาดใหญ่ เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงตุง หนองน้ำ แห่งนี้   มีระดับน้ำคงที่ตลอดเวลา ไม่ว่า จะหน้าร้อน หรือ แล้ง ระดับน้ำในหนองน้ำไม่เคยลดลงเลย บรรยากาศที่นี่ยามค่ำจะเป็นจุดนัดพบของวัยรุ่นที่มานั่งดื่มชากาแฟ และ โรตี ตามแบบฉบับเชียงตุง 
 ค่ำ             รับประทานอาหารค่ำ / เข้าสู่ ที่พัก โรงแรมนิวเชียงตุง
วันที่ 2 : เชียงตุง – บ้านแงก-บ้านแสน 
เช้า รับประทานอาหารเช้า 
นำท่านเดินชมตลาดเช้า ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่มากแห่งหนึ่งที่ผู้คนจากหลายเผ่าจะแต่งกายตามลักษณะ เผ่าของตน เข้ามาซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้าพื้นเมืองแปลกๆ ซึ่งหาดูได้ยากและยังมีกาแฟโบราณ ปาท่องโก๋ยักษ์ โรตี ลูกชิ้นหมูและเนื้อที่ทำให้กินกันสด ๆ และ ขนมจีนไทยใหญ่ตามอัธยาศัย หลังจากนำท่านเดินทางสู่ชุมชนบ้านแสนตั้งอยู่ห่าง จากเมืองเชียงตุงไปทางเหนือ บนเส้นทางระหว่างเมืองเชียงตุงไปเมืองลา อันเป็นเมืองชายแดนที่ติดต่อไปยังเมืองเชียงรุ่ง ประมาณ ก.ม ที่70 จะมีทางแยกเข้าเส้นทางที่เชื่อมต่อไปเมืองยาง ซึ่งจะผ่านหมู่บ้านแสน เป็นเส้นทางการค้าโบราณที่ตัดผ่านป่าเขาในเขตที่สูงชัน 
คณะเปลี่ยนรถ ออกเดินทางด้วยรถกระบะ ทรหด สู่ชุมชนบ้านแสนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะ เรียกตนเองว่า ไทดอย ออกเสียงว่า ไตหลอย อาศัยอยู่ที่เวียงเชียงเหล็กมาตั้งแต่โบราณ จนกระทั่งพระยามังรายตามล่าฟานทองมายังบริเวณดังกล่าว เห็นว่าเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมต่อการตั้งบ้านเมือง จึงส่งคนมารบกับไตหลอยที่อยู่เดิมแพ้ จึงอพยพหนีขึ้นมาตั้งถิ่นฐานยังบ้านแสนและบ้านแง่ก
เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง ระหว่างทาง (ข้าวกล่อง และข้าวเหนียวกับอาหารพื้นบ้านที่เตรียมไป)
บ่าย ได้เวลาอันสมควรนำคณะเดินทางกลับสู่เมืองเชียงตุง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำแบบจีนยูนนาน /เข้าสู่ ที่พัก โรงแรมนิวเชียงตุง
วันที่ 3 :  เชียงตุง –ท่าขี้เหล็ก – แม่สาย
เช้า   รับประทานอาหารเช้า 
เดินทางกลับสู่อ.แม่สาย ระหว่างทางแวะดอยปางควาย เลือกซื้อของฝาก ประเภทผัก ผลไม้สดปลอดสารพิษ รวมทั้งกล้วยไม้ป่า และเหล้าดองสมุนไพร
เที่ยง   แวะรับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย ถึง จ.ท่าขี้เหล็ก นำท่านนมัสการองค์เจดีย์ชเวดากององค์จำลอง พร้อมชมวิว 180 องศาของจังหวัดท่าขี้เหล็ก  และต่อด้วยการนมัสการ พระหยกขาว พระสามมิติ ณ.วัดธรรมยง  จากนั้นพาคณะช้อปปิ้งสินค้ามากมายหลากหลายชนิด อาทิ เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า น้ำหอม สุราและไวน์จากต่างประเทศ ที่ร้าน Tachileik Inter Shop ร้านขายของปลอดภาษีที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดท่าขี้เหล็กและเลือกซื้อสินค้า ประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ ซีดีภาพยนตร์ ฯลฯ จากประเทศจีน รวมทั้งเครื่องประดับอัญมณี สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกของประเทศพม่า ที่ตลาดท่าล้อ 
เย็น   กลับสู่ประเทศไทย   โดยสวัสดิภาพ